Wednesday, 6 August 2014

ประสบการณ์การต่อคิวซื้อไอโฟน ระหว่างที่ออสเตรเลียกับอังกฤษ และทำไมผมจะไม่ไปต่อคิวอีก

ตอนนี้เริ่มมีข่าวว่า iPhone 6 กำลังจะเปิดในเดือนหน้าแล้ว และคิดว่าอีกไม่กี่วัน เราจะเริ่มเห็นข่าวสาวกเริ่มไปต่อคิวตามร้าน Apple Store สาขาต่าง ๆ รอบโลกแล้ว ผมเลยอยากจะเขียนเกี่ยวกับประสบการณ์ในการต่อคิวซื้อไอโฟน ซึ่งผมเองก็เคยไป "ทดลองเป็นสาวก" (เป็นอยู่แล้วนี่หว่า)​ กับเขาแล้วสองครั้ง


ครั้งแรก ผมไปต่อคิวซื้อ iPhone 4 กับเพื่อนจากหอพักอีก 7 คน สมัยผมเรียนอยู่ที่เมลเบิร์น ออสเตรเลียครับ ส่วนครั้งที่สอง ผมไปต่อคิวซื้อ iPhone 5s กับเพื่อนอีกกลุ่ม ตอนผมเรียนที่ลอนดอน แต่ผมต้องบอกก่อนเลยครับว่าประสบการณ์การต่อคิวที่ออสเตรเลีย กับลอนดอน มันต่างกันราวฟ้ากับเหวเลยทีเดียว ใครที่ขี้เกียจอ่านต่อแล้วผมขอสรุปเลยครับว่า "ผมจะไม่ไปต่อคิวซื้อไอโฟนอีกต่อไปแล้ว"

การต่อคิวซื้อไอโฟน หลาย ๆ คนอาจจะบอกว่ามันเป็นอะไรที่โง่ เหมาะสำหรับคนไม่มีอะไรทำ และว่างงานเท่านั้น ซึ่งอันนี้ผมเห็นด้วยเต็ม ๆ แต่บังเอิญด้วยความเป็นติ่ง บวกกับการที่เพื่อนชวนไปหลายคน ทำให้มันโดนกดดันพอสมควร แต่ที่ช่วยให้ตัดสินใจง่ายขึ้นมากว่าจะไปต่อคิว ก็คือการที่รู้แน่นอนอยู่แล้วว่าถ้าซื้ออีกเครื่องเพิ่ม เอาไปขายต่อบนเว็บ eBay ก็ได้เงินมาใช้ฟรี ๆ £200 

ต่อคิวซื้อไอโฟนที่เมลเบิร์น ออสเตรเลีย

หลังจากที่ได้อ่านประสบการณ์คร่าว ๆ ของคนที่ไปต่อคิวซื้อไอโฟนในอเมริกาบนเน็ต ผมก็คิดว่ามันไม่น่าจะแย่อะไรมาก นอกจากการทนคุยกับพวกสาวกแอปเปิลที่ไม่รู้จักดูแลตัวเอง โดยวันก่อนหน้า ผมกับเพื่อนทั้งกลุ่มรวมแล้ว 8 คน ก็ได้เตรียมตัวกันอย่างดีครับ เพราะไม่รู้ว่าแอปเปิลจะให้เข้าคิวนอกอาคารหรืออย่างไร เลยเตรียมไปหมดเลย ตั้งแต้เต้นท์ เตียง ผ้าห่ม ฟูก เก้าอี้พับ ส่วนเรื่องอาหารก็ก็จัดเต็ม ไปแวะร้านอาหารจีนกันก่อน จากนั้นก็แวะร้านพิซซ่า คือว่าง่าย ๆ ไม่ต้องกลัวเลยว่าจะหิวทั้งคืน

วันนั้น ได้ตัดสินใจไปร้านแอปเปิลสาขาห้าง Chadstone ของเมลเบิร์นครับ แล้วบังเอิญตัวห้างก็ได้เปิดประตูให้คนที่จะไปเข้าคิวไปต่อแถวกันข้างในห้าง ทำให้ไม่ต้องกลัวเลยว่าจะหนาวตาย แต่แล้วกลับโดนห้ามเอาอาหารจีนกับพิซซ่าเข้าไปกิน ให้เฉพาะพวกอาหารที่อยู่ในถุงเท่านั้น เช่น เลย์ 

ร้านแอปเปิลสาขา Chadstone
เมื่อเข้าไปแล้วก็ไม่แปลกใจครับ บรรยากาศมันก็อย่างที่เดาไว้จริง ๆ คือในแถวส่วนใหญ่แล้วจะเป็นแต่ geek และสาวกแอปเปิลล้วน ๆ ตาม stereotypes ที่เราเห็นในอเมริกาจริง ๆ คือแต่ละคนไม่พยายามเงียบ ๆ ไม่คุยกับใครเลย ก็จะเป็นอีกกลุ่มคือบ้าแอปเปิลมาก และคิดว่าจะมางานนี้เพื่อคุยแต่เรื่องแอปเปิล หลายคนก็เอาสินค้าตระกูลแอปเปิลมาโชว์ออฟกันเต็มที่ บางรายถึงขั้นเอา iMac มาเสียบปลั๊กห้างเล่นเลยทีเดียว (อาการหนัก)

แต่ที่น่าสังเกต คือการต่อคิวเป็นไปอย่างสงบและเรียบร้อยมาก ถึงแม้จะไม่มีการจัดคิวโดยทางห้าง ยาม หรือแอปเปิลเองก็ตาม ทุกคนในแถวจะคอยดูแลคิวของคนรอบข้าง หากต้องไปเข้าห้องน้ำหรืออะไร คนที่อยู่ข้างหน้า และข้างหลัง จะกันไว้ให้เสมอ ซึ่งก็เป็นไปตามความคาดหวังของสังคมทั่วไปครับ

พอไปถามลุงคนแรก ว่ามาเข้าแถวรอตั้งแต่กี่โมง แกก็บอกว่าเขามาตั้งแต่ 5 โมงเย็นของวันก่อนหน้าแล้ว และทางยามของห้างก็ให้แกมาตั้งแถวรอตรงนี้ กลุ่มของผมเองก็มาประมาณตี 2 ของวันที่ iPhone 4 จะวางขาย ซึ่งแอปเปิลจะเริ่มเปิดร้านตอน 8:00 เช้า (รอ 6 ชั่วโมงเองชิลมาก) คนที่อยู่หน้าคิวกลุ่มผมก็มีเพียงแค่ 20 กว่าคนเท่านั้น แต่หลังจากที่กลุ่มของผมมา คนก็เริ่มตามมาเยอะครับ แต่โดยรวมแล้วไม่มีทางเกิน 100 คนแน่นอน

ระหว่างรอในช่วงนี้ คนส่วนใหญ่ไม่หาอะไรทำ ก็จะกิน อ่านหนังสือไป หรือไม่ก็นอน ส่วนกลุ่มผมนับว่าจะเป็นตัวปัญหาที่สุด ตั้งแต่การก่อดราม่ากับยามเรื่องเบียร์ (ในออสเตรเลียห้ามดื่มเหล้าในที่สาธารณะทุกที่ที่ไม่ได้ขอไลเซ่นส์ล่วงหน้า) 

ซักพัก เมื่อถึงเวลา 7:00 แอปเปิลก็ได้เริ่มส่งพนักงานเข้ามาจัดคิวกันอีกรอบ โดยในครั้งนี้ให้คิวทั้งหมดเลื่อนไปอยู่ตรงข้ามร้านของแอปเปิลในห้าง จากเดิมที่บริเวณที่จัดไว้อยู่ใกล้ ๆ ทางออกของห้างซึ่งอยู่ห่างจากร้านแอปเปิลพอสมควร ที่ตลกคือเมื่อถึงเวลานี้ปุ๊บ ร้านมือถืออื่น ๆ อย่าง Vodafone กับ Telstra ก็ได้เริ่มเปิดร้านแล้ว และร้านเหล่านี้ก็มี iPhone 4 ขายเช่นกัน แต่ iPhone 4 ที่ได้จากร้านพวกนี้จะขายคู่กับสัญญา 2 ปี 

คิววันนั้น เป็นลักษณะนี้เลยครับ
แต่ก็นั่นล่ะครับ เมื่อร้านมือถือร้านอื่น ๆ เริ่มเปิด และมี iPhone 4 ขายเหมือนกัน คนที่อยู่หางแถวเดิมที่เริ่มไม่มั่นใจว่าแอปเปิลจะมีมือถือมากพอถึงคิวเขารึเปล่า ก็เริ่มที่จะวิ่งออกจากคิวเพื่อไปร้านเหล่านี้ แต่บางคนก็เงิบแล้วต้องกลับมาต่อท้ายแถวจริง ๆ เมื่อรู้ว่าร้านพวกนี้มี iPhone 4 เฉพาะแบบติดสัญญา แต่บางคนก็ยอมเข้าไปซื้อจากร้านพวกนี้แบบติดสัญญา

ซักพัก ตอนเวลาประมาณ 7:30 ก็เริ่มมีกลุ่มบล็อกเกอร์กลุ่มหนึ่งที่ดูเหมือนจะเป็นสาวกแอปเปิลอยู่เหมือนกัน โผล่มาจากไหนไม่รู้ ไม่ได้ต่อคิว แต่กลับเอา Red Bull มาแจกให้กับคนที่อยู่ในคิวแอปเปิลฟรี ๆ และคอยถามคนในแถวว่ามีซิมการ์ดแบบ Micro SIM หรือยัง เพราะเขามีเครื่องตัด และใครอยากตัดซิมการ์ดเขาจะตัดให้ฟรี (แหม่ ใจดีจุงเร)

ต่อมา เมื่อแอปเปิลเริ่มเปิดร้านตอน 7:50 นาที ก็เริ่มวุ่นวายอีกเล็กน้อย เมื่อพนักงานแอปเปิลได้ออกมาบอกว่าให้เข้าคิวกันใหม่ โดยคราวนี้ให้คนที่จะซื้อ iPhone 4 แบบติดสัญญากับเครือข่ายต่าง ๆ เลื่อนมาอยู่ข้างหน้า และคนที่เหลือที่จะซื้อ iPhone 4 แบบเครื่องเปล่าให้อยู่ในแถวต่อไปเหมือนเดิม และได้ออกมาบอกว่าร้านมีจำนวนไอโฟนจำกัดมาก

เอาล่ะครับ ตอนนี้ล่ะที่เริ่มมีคนกระเด็นกระดอน วิ่งออกไปร้านอื่นอีกมากมาย เพราะมี "ข่าวลือ" ในแถวว่าร้านข้างล่างของพวก Telstra ก็มีขายแบบไม่ติดสัญญา

แต่โดยรวมแล้ว กลุ่มผมที่อยู่ประมาณคิวที่ 25-35 ทุกคนได้ iPhone 4 กลับบ้านมาคนละสองเครื่องครับ บางคนไม่ได้เป็นสาวกแอปเปิลอะไร แต่มาต่อคิวเพื่อเตรียมเอาไอโฟนไปขายต่อบน eBay ทำรายได้ $500 ภายใน 6 ชั่วโมงง่าย ๆ ซึ่งเป็นอะไรที่สะดวกสำหรับชีวิตเด็กมหาลัยจน ๆ อย่างเรากันจริง ๆ แล้วทุกคนก็ยังได้เสื้อร้านแอปเปิลสาขา Doncaster กลับบ้านมาอีกคนละตัวด้วย (แต่คุณภาพห่วยแตกมาก)

สรุปประสบการณ์การต่อคิวซื้อไอโฟนที่เมลเบิร์น
  • คนในแถวส่วนใหญ่เป็นสาวกแอปเปิลแท้ ๆ มากกว่าคนที่จะมาฟันเอากำไรจากการขายต่อ
  • ความเป็นระเบียบ คนต่อคิวส่วนใหญ่บริหารแถวกันเองได้
  • ส่วนใหญ่แล้วจะเข้ามาคุยกันเรื่องสินค้าแอปเปิล แบ่งขนม แต่ก็มีบางส่วนที่โลกของตัวเองสูง
  • ความวุ่นวายมากขึ้นเมื่อใกล้ถึงเวลาวางจำหน่าย แต่แถวก็ยังเป็นแถว คิวยังเป็นคิว
  • มีข่าวลือว่าร้านโน้นร้านนี้มีของมากกว่าร้านแอปเปิล และร้านแอปเปิลของจะหมดแล้วเยอะพอสมวร

สามปีต่อมา ประสบการณ์ต่อคิวซื้อไอโฟนที่ลอนดอน 

หลังจากที่ไม่ได้ต่อคิวอะไรมาอีกซักช่วง วันก่อนที่ iPhone 5s จะเปิดตัว 1 วัน อยู่ดี ๆ กลุ่มเพื่อนผมก็ตัดสินใจว่าจะไปต่อคิวซื้อไอโฟนกัน (ตัดสินใจแบบลอย ๆ เนี่ยล่ะ) ผมก็เลยรีบบอกว่าดี เพราะมันไม่ได้น่าเบื่ออะไรขนาดนั้น และต่อคิวแถวย่าน Covent Garden ในลอนดอนมันก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไรมากมายอยู่แล้ว เพราะของกินเปิดดึกแถวนั้นเยอะมาก 

หารู้ไม่นั่นเป็นการตัดสินใจที่ผิด

ร้านแอปเปิลสาขา Covent Garden 

ด้วยความมากประสบการณ์ในการต่อคิวซื้อของแอปเปิลของผม เพื่อนผมบอกว่าควรจะไปต่อคิวตั้งแต่หัวค่ำ แต่ผมก็บอกว่าบ้า ไม่ต้องไปเร็วขนาดนั้น เพราะคนส่วนใหญ่มันจะโผล่มาช่วงเช้ามากกว่าช่วงกลางคืนก่อนหน้า และอีกอย่างลอนดอนมันไม่เหมือนออสเตรเลียตรงที่มันมีร้านแอปเปิลหลายสาขามาก แต่ละสาขาก็ใหญ่มหาโหดทั้งนั้น ของอย่างไรมันก็มีพอกับทุกคนอยู่แล้ว ไม่ต้องไปต่อแถวเร็วหรอก

แต่ด้วยความไซโคของเพื่อนผม สุดท้ายกลุ่มผมกับเพื่อน 3 คนก็ไปย่าน Covent Garden เพื่อไปต่อคิวซื้อ iPhone 5s กันตอนประมาณเที่ยงคืนครึ่ง 

พอมาถึงหน้าร้าน Apple Store สาขา Covent Garden แล้ว #ผมก็อึ้งไปเลย เพราะว่าคิวหน้าร้านถึงจะไม่มีก็ตาม แต่พอมองไปรอบ ๆ บริเวณลานของ Covent Garden แล้ว พบว่ามี รปภ และตำรวจทำรั้วสี่เหลี่ยมเป็นคอก ๆ เตรียมตัวไว้เรียบร้อยเต็มไปหมด และแต่ละคอกก็มีคนประมาณ 100 กว่าคนได้ นั่ง ๆ นอน ๆ ยืนเบียด ๆ กันเต็มไปหมด

อารมณ์นี้เลยครับ ภาพจาก The Daily Mail

ผมก็เลยเดินหาจุดต่อคิวครับว่ามันอยู่ตรงไหน เดินไปเรื่อย ๆ เดินผ่านคอกเหล่านี้มาแล้ว 7-8 คอก จนหลุดเขตลานของ Covent Garden ไปเรียบร้อยแล้ว โอ้โห คิวมันทิ้งท้ายออกนอกจุดที่มีคอก ยาวต่อไปอีกด้านหนึ่งของถนนอีกเส้นเลยครับ ;____;

อ่ะ ไม่เป็นไร เพราะอย่างน้อยเราก็เตรียมตัวมาดี มีทั้งผ้าห่ม เสื้อหนาว ของกิน มาพร้อม ก็เลยไปต่อคิวตรงจุดนั้นไป ตัวแถวเองมันเป็นบริเวณนอกจุดที่ รปภ ของแอปเปิลบอกว่าจะดูแล เพราะว่าเขาดูแลได้แค่บริเวณที่เป็นรั้วคอก ๆ ไป และบอกให้คนทีต่อคิว ช่วยกันดูแลแถวกันเอง ทุกคนแถวนั้นก็ไม่ว่าอะไร

แต่ผมก็รู้สึกไม่ค่อยดี ตั้งแต่ตอนที่เดินเข้ามาย่านนี้ตอนแรก เพราะว่าคนที่เข้ามาต่อแถวซื้อ หน้าตามันไม่ใช่แบบที่ผมคิดว่ามันควรจะเป็น คือว่าง่าย ๆ หน้าตาแบบนี้ไม่น่าจะเป็นพวกสาวกแอปเปิล หรือ geek แต่อย่างใด ผมไม่ได้เหยียดผิวนะครับ แต่ตั้งแต่อยู่ลอนดอนมา ผมไม่เคยเจอเหตุการณ์ที่มีแต่คนปากีสถานกับไนจีเรียรวมตัวกันเยอะขนาดนี้มาก่อนจนกระทั่งวันที่มาต่อคิวซื้อ iPhone 5s ที่ Covent Garden เนี่ยล่ะ คนเอเชียผิวเหลืองอย่างผม กับผิวขาวอย่างเพื่อนผมที่มาด้วย และคนอื่น ๆ นี่นับว่าเป็นส่วนน้อยในคิวได้เลย



เวลาผ่านไป 3 ชั่วโมง อากาศเริ่มหนาวขึ้น ตอนนี้ล่ะผมกับเพื่อนเริ่มเสียใจที่ไม่ได้เอาถุงนอนดี ๆ มาด้วย สุดท้ายการต่อคิวก็ได้เปลี่ยนไปเป็นการทดลองเป็นขอทาน ตอนนี้เลยได้เข้าใจขอทานเลยว่าทำไมเขาต้องเอากล่องกระดาษมาปูพื้นก่อนที่จะนั่งหรือนอน เพราะพื้นมันหนาวชิบหาย

สิ่งที่เกิดขึ้นในช่วงเดียวกันนี้ คือเริ่มมีคนเข้าออกแถวมากกว่าเดิม คนหน้าเดิม ๆ ในแถวที่ไม่ใช่คนปากีสถานก็เริ่มสงสัยเหมือนกับผม ว่ามันเกิดอะไรขึ้น ทำไมพวกคนปากีฯ ถึงต้องเริ่มย้ายเข้าย้ายออกแถว และสลับที่ไป ๆ มา ๆ และพวกนี้ทุกคนมันเป็นอะไร ทำไมต้องคุยมือถือตลอด และแต่ละคนทำไมเหมือนกับว่ารู้จักกันดีอยู่แล้วกันหมดเลย

ไอโฟนเริ่มขายตอน 8:30 เช้า แต่เมื่อถึงเวลาที่พนักงานของแอปเปิลที่ใส่เสื้อสีน้ำเงิน เร่ิมออกมาจัดแถวให้เป็นระเบียบยิ่งขึ้นตอน 7:00 นั่นล่ะครับ โอ้โห ผมรู้สึกเหมือนกับว่ากลายเป็นผู้ประสบภัยที่ต้องมาแย่งน้ำและอาหารที่ UN ขนมาให้เลย คิวเดิมที่เคยเป็นคิวเรียงเดี่ยว อยู่ดี ๆ กลายเป็นก้อนมั่วไปหมด คนที่เคยอยู่ในคิวด้านหลังผมก็พุ่งเข้ามาสร้างแถวใหม่เป็นแถวที่ 2, 3, 4 ส่วนกลุ่มปากีก็เริ่มจับตัวกันเป็นก้อน ตะโกนด่าอะไรก็ไม่รู้ และไปดักรอจ่อตรงทางเข้าคอกสุดท้าย



ช่วง 7:00 - 8:00 นี่มันคือสงครามการแย่งชิงดี ๆ นี่เอง เริ่มมีการด่าและเสียดสีกลุ่มคนที่แตกแถว แถวเดิมที่เคยเรียงแถวเดียวที่มีผมกับเพื่อน กับกลุ่มคนที่ยังศรัทธาในการเข้าแถวทุกคน เริ่มรู้สึกเหมือนกับเป็นทีมเดียวกัน อยู่ชิดขอบตึกให้มากที่สุด เพราะพนักงานแอปเปิลออกมาบอกว่าเขาจะนับเฉพาะแถวที่อยู่ชิดตึกที่สุดเท่านั้น และทุกคนก็เอามือจับไหล่คนข้างหน้าแน่นสนิท เหมือนต่อแถวเป็นรถไฟสมัยอนุบาลเลย แล้วคนที่อยู่นอกแถวซึ่งตอนนี้ผมไม่รู้แล้วว่าเป็นชนชาติไหนแต่มีสีผิวคล้ายคลึงกันไปหมด ก็เริ่มพยายามถอยและวิ่งเข้าชนแถวในสุด เพื่อที่จะแทรกเข้าไปในแถวให้ได้ (โหดสัสไหมครับ)

แค่นี้ก็พอเข้าใจแล้วใช่ไหมครับว่า ทำไมผมจะไม่มาต่อคิวอะไรแบบนี้อีก โดยเฉพาะอย่างยิ่งอย่างน้อยถ้ามันเป็นประเทศอังกฤษ​ คือว่าง่าย ๆ มนุษย์ป้าแถวนี้อนุบาลไปเลยครับ แต่ที่ต่างกันคือพวกนี้มันไม่เสียเวลาแถ มันจะเอาตัวเองชน ๆ ๆ เพื่อแทรกเข้ามาในแถวอย่างเดียว

อ่ะ กลับมาต่อ หลังจากนั้นซักพักมันก็มั่ว ๆ อยู่แต่ปัญหาน้อยลงครับ เพราะตอนนี้ผมกับเพื่อนรอดเข้ามาในคอกได้แล้ว และต่างคนต่างหากันไม่เจอแล้วเพราะว่าคอกมันเป็นสี่เหลี่ยม และคนก็เยอะมาก ได้อารมณ์อย่างกับอยู่ในพวก Mosh Pit ตามคอนเสิร์ตเฟสติวัลอะไรประมาณนั้น แต่ดราม่ามันก็ไม่จบ เมื่อพนักงานแอปเปิลเริ่มเดินมาตะโกนตามจุดต่าง ๆ บอกว่า "iPhone 5s วันนี้มีแต่ Space Gray สีขาวมีแต่ 64GB ส่วนสีทองไม่มีเลย"

ตอนนี้ล่ะครับ เราจะเริ่มสังเกตได้เลยว่าเกิดอะไรขึ้น เพราะกลุ่มคนไร้อารยะที่เคยพยายามแทรกแถวมาตลอด เริ่มควักมือถือตัวเองออกมาโทรหาใครก็ไม่รู้พร้อม ๆ กัน และบางคนก็กระโดดออกจากแถวแทบจะทันที ว่าง่าย ๆ พวกนี้อาจจะเป็นกลุ่มที่ถูกจ้างมาเพื่อซื้อไอโฟนเฉพาะรุ่น เพื่อไปขายต่อในประเทศแถบ ๆ ตะวันออกกลาง เอเชียใต้ หรือไม่ก็แอฟริกา ซึ่งมักจะได้ไอโฟนช้ากว่าประเทศอื่นอยู่พักหนึ่ง แต่ปัญหาหลักที่ผมเห็นชัดเจนตอนนี้เลยคือคนส่วนใหญ่ที่มาอยู่ในแถวด้วย ถ้าไม่นับคอกหน้าสุดซึ่งส่วนใหญ่ยังคงเป็น geek เป็นพวกนี้หมดเลยครับ

แต่อย่างว่า เอาจริง ๆ เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องผิด เพราะว่าพวกเขาเหล่านี้ก็ทำตามสิทธิที่พึงมี คือเขาก็สามารถซื้อได้สองเครื่องต่อคนเหมือนกัน และจะเอาไปทำอะไรต่อก็เรื่องของเขา แต่ผมยังโมโหอยู่เรื่องการแทรกแถว ทำให้สิ่งที่ควรจะสนุก หรือชิล กลายเป็นสงครามกลางเมืองเล็ก ๆ โดยไม่มีความจำเป็น (แถมมีหน้ายิ้มอีกเวลาทำอะไรเหี้ย ๆ)

เมื่อถึงคอกที่ 4 ก่อนที่จะถึงร้าน ตอนนั้นก็เวลาประมาณ 11:00 เกือบจะเที่ยงแล้ว พนักงานก็จะเริ่มเอาบัตรเหมือนบัตรคิวมาแจกครับ โดยบนบัตรจะระบุว่าเครื่องรุ่นอะไร ขนาดเท่าไหร่ สีอะไร ติดสัญญาหรือไม่ เช่นเดียวกับที่ออสเตรเลียเลย คือ ณ จุดนี้คนที่ต้องการไอโฟนแบบติดสัญญา จะสามารถเดินเข้าไปซื้อได้ทันทีโดยไม่ต้องผ่านคอก 3 คอกต่อไป ส่วนคนที่ต้องการซื้อไอโฟนแบบไม่ติดสัญญา ก็ต้องไปสู้กันต่อในคอกที่ 3

คอกที่สี่ ก่อนข้ามมาอีกฝั่งจะเป็นคอกที่สาม
สุดท้ายประมาณ 12:30 ผมกับเพื่อนสามารถเข้ามาในร้าน Apple Store ได้แล้วครับ บรรยากาศเปลี่ยนไปทันทีเพราะภายในร้านเหมือนว่าแอปเปิลจะจำกัดจำนวนคนที่สามารถอยู่ภายในร้านได้ดีมาก ไม่เยอะเกินไป และยังคงบรรยากาศความเป็นแอปเปิลได้ไม่เปลี่ยนแปลง (ต่างกับบรรยากาศสงครามย่อม ๆ ด้านนอกมาก) โดยพนักงานก็รีบถามทันทีว่าจะจ่ายเงินด้วยวิธีอะไร หากซื้อเงินสด มีคิวให้ต่ออีก 20 คิว แต่ถ้าซื้อด้วยบัตรหรือผ่าน Apple ID ที่มีอยู่ในข้อมูลของร้านแล้วได้ทันที

ผมกับเพื่อนบังเอิญมี Apple ID ที่ผูกกับบัตรเดบิตไว้อยู่แล้ว ก็เรียกได้ว่ายื่นบัตรคิวให้พนักงาน สแกนบาร์โค้ดด้วยมือถือตัวเอง และหิ้วกลับบ้านได้เลยครับ 

เช่นกัน ไหน ๆ ก็สู้ผ่านสงครามบ้า ๆ นี่มาได้ ผมเลยสอยมาสองเครื่อง เพื่อนผมอีก 2 คนที่ซื้อแค่คนละเครื่อง ผมเลยบอกเขาไปเลยว่าซื้อ 2 เครื่องทุกคนเลย เดี๋ยวผมจ่ายเงินให้เอง และก็เอาไปขายต่อ eBay สูตรเดิม (นั่นไง ผมเองก็ไม่ต่างกับไอ้พวกไร้อารยะที่ด่าไว้) แต่อย่างน้อยได้ค่าเหนื่อยคืนนั้นประมาณ £400 จากกำไรที่ขายได้บน eBay ครับ (20,000 บาทคืนเดียวไม่แย่เลยใช่ไหม อิอิ)

สรุปประสบการณ์การต่อคิวซื้อไอโฟนที่ลอนดอน
  • อย่าหวังว่าจะสนุก อย่าหวังว่าจะได้เจอคนที่มีความชอบเหมือนกัน
  • คนไร้ระเบียบวินัยสุด ๆ เรียกได้ว่ารุนแรงด้วยซ้ำ ผมเชื่อว่าคืนนั้นมีคนเจ็บตัว 10 คนได้อย่างน้อย (เพราะมีรถพยาบาลมารับคนไป 7-8 คัน)
  • ไม่มีการปล่อยข่าวลือ และคนส่วนใหญ่ในแถวไม่พูดภาษาอังกฤษ​เลยด้วยซ้ำ
  • แต่ในแง่ดี ก็ได้เจอความสามัคคีของคนที่ร่วมอุดมการณ์จำนวนน้อย ที่ช่วยกันคงไว้ซึ่งคิวเดิม
  • พนักงานแอปเปิลจัดระเบียบแถวได้กากมากเมื่อเทียบกับออสเตรเลีย
  • ให้สรุปทุกอย่างในคำเดียว: ควย

สรุป


สำหรับผมแล้ว ผมอาจจะขอลาขาดจากการต่อคิวซื้อของจากแอปเปิล หากไม่มีเพื่อนกลุ่มใหญ่พอสมควรไปร่วมชะตากรรมด้วย เพราะเอาจริง ๆ ความสนุกมันอยู่ที่ตรงนั้นมากกว่า แต่ถ้าถามว่าการต่อคิวมันคุ้มไหม ผมก็คงต้องตอบว่าทางด้านการเงินสำหรับนักเรียนมหาลัย คุ้มครับ ไม่ถึง 12 ชั่วโมงได้เงินเยอะมากจากการเอาไอโฟนที่ได้ไปขายต่อบน eBay 

เช่นกัน ผมว่าปัญหาการต่อคิวซื้อไอโฟนอย่างที่เจอในลอนดอน มันอาจจะไม่ต่างกับที่เมืองอื่นที่มีปัญหาอย่างเช่นในฮ่องกง เพราะจะมีกลุ่มคนที่จ้องซื้อไอโฟนเพื่อเอาไปขายต่อในประเทศเพื่อนบ้านอย่างเดียว และกลุ่มนี้จะค่อนข้างรุนแรง เพราะมันเป็นธุรกิจซีเรียส แต่สำหรับในออสเตรเลีย ด้วยราคาที่สูงกว่าประเทศอื่นพอสมควร กับระยะทางที่ห่างไกลจากประเทศอื่น ทำให้ไม่มีคนมาคอยแย่งซื้อเหมือนกับในอังกฤษ ที่มีคนหลากหลายเชื้อชาติมากกว่าออสเตรเลีย และเดินทางไปยังประเทศดั้งเดิมของคนเหล่านี้ไม่ยากอีกด้วย

เอาเป็นว่าประสบการณ์การต่อคิวซื้อไอโฟนมันจะดีหรือแย่ ขึ้นอยู่กับว่าคุณไปต่อคิวที่ไหนกับใครครับ แต่แน่นอนช่วงที่วุ่นวายที่สุดจะเหมือนกันทุก ๆ ที่ คือช่วงชั่วโมงก่อนที่แอปเปิลจะเริ่มเปิดร้านขายจริง หรือช่วงที่มีเจ้าหน้าที่มา "บริหารคิว" ให้เป็นระเบียบกว่าเดิม 

1 comment:

  1. The dwelling part offers increased stress building inside the injection course of. Once the molten plastic has been injected into the mildew, stress is applied to ensure all the mildew cavities are stuffed. This portion of the injection molding Panties course of helps to construct the molded parts overall wall thickness.

    ReplyDelete