Tuesday, 1 April 2014

[สปอย] สรุปเนื้อเรื่อง Divergent ภาคสอง (หนังสือเล่มสองใช้ชื่อว่า Insurgent)

โพสต์นี้ผมเขียนขึ้นสำหรับคนที่สนใจเนื้อเรื่องภาคสองของหนังสือ และภาพยนตร์เรื่อง Divergent ซึ่งต้องบอกตามตรงก่อนว่าตอนแรก ผมก็ตัดสินใจแค่ว่าจะไปดูภาพยนตร์เรื่องนี้อย่างเดียว และไม่ได้คาดหวังอะไรมากมายกับมัน ด้วยความที่ว่ามันเป็นหนังที่เหมือนเอาเนื้อเรื่องของ The Hunger Games มาผสมกับ Harry Potter นิดหน่อย

แต่ด้วยความที่ว่าเนื้อเรื่องในหนัง มันไม่ "ฟิน" เหมือนกับว่ามันจบโดยที่ไม่ได้ให้คำตอบกับคนดูอะไรมากมาย กับด้วยความรู้สึกที่ว่า "เราต้องไม่ตัดสินนิยายหนังสือ จากภาพยนตร์ของมัน (Don't judge a book by its movie)" ผมจึงตัดสินใจลองเริ่มอ่านหนังสือชุด Divergent

(สรุปเนื้อเรื่องภาคสุดท้าย คลิกที่นี่)



เช่นเดียวกับหนังเรื่อง The Hunger Games และ Harry Potter เนื้อหาในหนังสือมันละเอียดและมีอะไรที่ตัวหนังได้ปรับเปลี่ยนและตัดออกไปมาก และถึงแม้หนังสือเล่มแรกจะไม่ได้ให้คำตอบอะไรกับเรามากนัก แต่หนังสือเล่มสอง (ชื่อ Insurgent) เนื้อเรื่องของมันได้ขยายจากภาคแรกมากพอสมควรเลยทีเดียว

ถ้าใครกดเข้ามาอ่านต่อ เตรียมตัวโดย "สปอย" ได้เลยครับ แต่ผมจะสปอยให้แต่เนื้อหาหลัก ๆ และส่วนเนื้อเรื่องย่อย ๆ ผมจะไม่พูดถึง และอยากให้รอหนังออกมาในปีหน้าเอง หรือไม่ก็ตามอ่านหนังสือเอาเองจะดีกว่าครับ


  • สำหรับหนังสือเล่มแรก เมื่อเปรียบเทียบกับตัว Divergent ที่ทำออกมาเป็นหนังแล้ว การเรียงลำดับเวลาในเนื้อเรื่องจะไม่เหมือนกัน และมีตัวละครหลายตัวที่ถูกตัดออกไป หรือไม่ก็โผล่มาเพียงชั่วครู่เท่านั้น และเป็นไปได้ว่าในหนังภาคสอง ตัวละครเหล่านี้อาจจะถูกยกระดับความสำคัญขึ้น แต่บางตัวอาจจะไม่กลับมาเลยก็ได้
  • ชื่อภาษาอังกฤษของแต่ละฝ่ายคือ:
    • ผู้กล้า แต่งตัวด้วยชุดดำ "Dauntless"
    • ฝ่ายอัจฉริยะ แต่งตัวด้วยชุดสีน้ำเงิน "Erudite"
    • ผู้เสียสละ ฝ่ายของนางเอก แต่งชุดสีเทา "Abnegation" หรือบางครั้ง "Self-less"
    • ผู้เที่ยงตรง ฝ่ายที่เป็นผู้พิพากษาและนักกฎหมาย แต่งตัวชัดสีขาวดำ "Cantor"
    • ผู้รักสงบ ฝ่ายฮิปปี้ที่เป็นชาวเกษตร แต่งชุดสีแดงเหลือง "Amity"
  • ตัวละครจากภาคแรกที่มีความสำคัญมากในภาคสองคือ 
    • Tori หญิงชาวเอเชียที่อยู่ในฝั่ง "ผู้กล้า (Dauntless)" ซึ่งเป็นคนรันแบบทดสอบในตอนเริ่มแรกให้กับ "ทริส" นางเอกของเรื่อง Tori ในหนังสือเล่มสองจะกลายเป็นผู้นำฝ่าย "ผู้กล้า" ที่ตัดสินใจที่จะไม่เข้าข้างพวกอัจฉริยะ หรือ Erudite
    • Peter เพื่อนร่วมรุ่นของ ทริส นางเอกของเรื่องที่นิสัยไม่ดี และเคยคิดจะฆ่าทริสมาก่อน โดยในเนื้อเรื่องภาคแรก ทริส ตัดสินใจที่จะเอา Peter ติดกลุ่มมาด้วย แต่แล้ว Peter ก็จะหักหลังเธออีกรอบ (และก็ช่วยเธออีกรอบอีกที)
    • Caleb พี่ชายของทริส ที่ตอนแรกเข้ากลุ่มพวกอัจฉริยะ แต่แล้วก็มาร่วมเดินทางกับทริสในตอนจบภาคแรก สุดท้ายจะหักหลังเธออีกครั้งหนึ่ง (อย่าลืมว่า Faction Before Blood หรือ "กลุ่มสำคัญกว่าชาติตระกูล")
    • Marcus พ่อของพระเอกที่ชื่อว่าโฟว์ (Four ที่เคยใช้ชื่อเดิมว่า โทเบียส ตอนอยู่ฝั่งผู้เสียสละ) จะกลับมารับบทสำคัญอีกครั้ง
    • Christina เพื่อนของทริสที่เป็นชาวลาตินในหนังภาคแรก ที่โดนควบคุมด้วยเซรั่มของฝ่ายอัจฉริยะ จะกลับมา แต่ครึ่งแรกของภาคสอง เธอจะเอาแต่โมโหทริสเรื่องที่ทริสได้ฆ่าแฟนของเธอไปด้วยความจำเป็น (Will เป็นแฟนของ Christina ในเนื้อเรื่องโดนควบคุมโดยเซรั่มและเกือบฆ่า Tris แต่โดนฆ่าตายเองซะก่อน) ครึ่งหลังเธอกลับมาดีกับทริสอีกครั้ง
  • หลัก ๆ ฝ่ายผู้กล้า หรือ Dauntless จะแตกเป็นสองฝ่าย ฝ่ายแรกคือฝ่ายที่เข้าข้างฝ่ายอัจฉริยะ Erudite โดยในหนังสือจะเรียกฝ่ายนี้ว่า "Dauntless traitors หรือพวกผู้กล้าทรยศ" ส่วนอีกฝั่งที่เป็นฝ่ายดี เรียกตัวเองว่า "Dauntless loyals หรือพวกผู้กล่าที่ยังซื่อสัตย์" โดยกลุ่มพระเอก นางเอก จะยังอยู่ฝ่ายดี
  • ผู้นำ Dauntless คนก่อนในภาคแรกที่โหด ๆ ที่มีชื่อว่า Eric (เอริก) มีประวัติคือเขาย้ายมาจากฝ่าย Erudite มาก่อน ทำให้เขามีความสัมพันธ์ที่ดีกับฝ่าย Erudite และช่วงกลางเรื่อง เขาจะโดนประหารโดยฝ่าย Dauntless loyals
  • หลังจากจบเนื้อเรื่องภาคแรกแล้ว กลุ่มของนางเอกตัดสินใจขึ้นรถไฟเพื่อหนีไปอยู่กับฝ่ายรักสงบ "Amity" แต่สิ่งที่กลุ่มนางเอกได้พบ คือคนกลุ่ม Amity ได้รับผู้ลี้ภัยจากฝ่าย Abnegation มาบางส่วนแล้ว ทางฝ่าย Amity ปกครองกับระบอบประชาธิปไตย และทุกคนมีเสียงเท่ากัน สุดท้ายทุกคนในฝ่าย Amity ได้ออกมาโหวตว่า "เนื่องจากเทคโนโลยีการเกษตรจำเป็นต้องพึ่งพาฝ่าย Erudite ทำให้ฝ่าย Amity ไม่อาจจะเข้าข้างฝ่ายของนางเอกได้"
  • ฝ่าย Amity เป็นคนรักสงบ เพราะที่แท้จริงแล้ว ฝ่ายนี้แอบ "วางยา" ประชาชนของตัวเองในอาหาร ทำให้ประชาชนเป็นคนรักสงบ และไม่ใช้ความรุนแรง
  • ใครที่จำได้ในภาคแรก มีกลุ่มผู้ยากไร้ที่ล้มเหลวจากการผ่านการทดสอบเพื่อเข้าร่วมเป็นสมาชิกแต่ละฝ่าย กลุ่มนี้จริง ๆ แล้วมีประชากรมากมายอย่างน่าเหลือเชื่อ และได้มีการรวมตัวกันแล้วและกลายเป็น "ฝ่ายลับ" ภายใต้ชื่อ Factionless และมีผู้นำคือแม่ของโฟว์ ชื่อ Evelyn
  • โฟว์ เพิ่งทราบว่าแม่ของเขามีชีวิตได้ไม่นาน ไม่ได้ตายแต่อย่างใด แม่ของเขาได้หลบหนีออกมาจากบ้านของโฟว์ตอนโฟว์เป็นเด็ก เพราะว่าทน Marcus พ่อของโฟว์ ที่ชอบใช้ความรุนแรงกับลูกและเมียไม่ไหว แต่โฟว์ไม่ค่อยเชื่อในตัวแม่ของเขาเท่าไหร่ เพราะแม่ของเขาตัดสินใจที่จะทิ้งเขาไว้กับพ่อ ไม่พาหลบหนีออกมาด้วย
  • ฝ่าย Factionless ตัดสินใจที่จะเข้าร่วมรบกับฝ่าย Dauntless loyals เพื่อต่อสู้กับ Erudite และ Dauntless traitors
  • สาเหตุหลักที่ Jeanine (เจนีน) ผู้นำหญิงของฝ่ายอัจฉริยะได้ตัดสินใจเข้าฆ่าผู้นำของฝ่ายผู้เสียสละ (ฝ่ายเกิดของนางเอก) ทั้งหมดในภาคแรก เพราะผู้นำของฝ่ายผู้เสียสละทุกคน พยายามปกป้องข้อมูลบางอย่างอยู่ โดยผู้นำฝ่ายผู้เสียสละทุกคนยอมตายที่จะปกป้องข้อมูลนี้ และ Jeanine ต้องการทราบข้อมูลนี้อย่างมาก ในขณะเดียวกัน ฝ่ายผู้เสียสละ ที่โดนกล่าวหามาตลอดว่าเป็นฝ่ายที่ใช้ทรัพยากรมากเกินความจำเป็น แท้จริงแล้วฝ่ายนี้เป็นฝ่ายที่คอยให้การสนับสนุนฝ่าย Factionless มาโดยตลอด

  • ในตอนจบของภาคสอง: เนื้อหาของข้อมูลลับที่ฝ่ายผู้เสียสละพยายามจะปกป้องมาตลอด เป็นคลิปวีดีโอที่ถูกทำขึ้นโดยบรรพบุรุษของนางเอก โดยมีเนื้อหาหลัก ที่แสดงให้เห็นถึงสงคราม และความตาย โดยบรรพบุรุษของนางเอกได้พูดว่า "จากที่เห็น คงเข้าใจแล้วว่าทำไมโลกของเรา และระบบการปกครองแบบปัจจุบันถึงไม่เวิร์ค สุดท้ายคนเราก็ฆ่ากันตายอยู่ดี และโลกของเรา ได้ตัดสินใจแล้วว่าจะสร้างเมืองที่ถูกตัดขาดจากโลกภายนอกขึ้นมาใหม่ โดยเมืองนี้จะมีการแบ่งฝ่าย ให้แต่ละฝ่ายทำหน้าที่ของตัวเอง (ตามเนื้อเรื่องภาคแรก) แต่จุดประสงค์ทั้งหมด ก็เพื่อที่จะรอให้มีความหวังใหม่ของมนุษยชาติเกิดขึ้นมา นั่นก็คือ Divergent และเมื่อเมืองนี้มี Divergent จำนวนมากเพียงพอแล้ว เมื่อนั้นให้ผู้นำทุกฝ่าย แจ้งให้กลุ่ม Amity พังกำแพงเมืองลง และกลับเข้าเป็นส่วนหนึ่งของโลกได้"
  • เมืองชิคาโก้ (เมืองในเรื่อง Divergent) จริงๆ แล้วเป็นหนึ่งในเมืองอีกหลายเมืองทั่วโลก ที่ถูกใช้เป็นสถานที่ในการทดลองวิทยาศาสตร์เพื่อมนุษยชาติ เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นกับโลกภายนอกคือมนุษย์ได้ถูกแก้ไขพันธุกรรม เพื่อเหตุผลอะไรอย่างหนึ่ง ส่วนกลุ่มที่ "ถูกทดลอง" ในเมืองอย่างชิคาโก้ เป็นกลุ่มที่ถือว่าเป็น "มนุษย์แท้ ที่ยังไม่ได้ถูกปรับเปลี่ยนพันธุกรรม" 
  • ผู้นำฝ่ายผู้เสียสละ ต้องการนำคลิปวีดีโอนี้ เปิดเผยแก่ประชาชนทุกคนทุกฝ่ายในชิคาโก แต่กลับโดน Jeanine สั่งฆ่าเสียก่อน สำหรับสาเหตุของการโจมตีในหนังสือภาคสองยังไมไ่ด้อธิบายอะไรมากนัก นอกเสียจากว่า Jeanine เองเห็นว่าข้อมูลนี้กลับจะทำให้เกิดผลเสียมากกว่าผลดีต่อ "ประชากรทั้งหมดของเมืองนี้" และ Caleb พี่ชายของนางเอกที่หักหลังไปอยู่กับ Jeanine ก็เห็นด้วยกับ Jeanine
  • แล้วสรุปใครตายบ้างในเรื่อง?
    • ภาคแรก คนตายคือ Al (ที่กระโดดฆ่าตัวตาย) และพ่อแม่ของ ทริส
    • ภาคสอง (เล่มนี้) หลัก ๆ คือตัวร้ายอย่าง Jeanine
    • ภาคสาม (เล่มต่อไป) ตายเพียบครับ เช่น Tori และตัวนางเอก ทริส เองก็ตาย
นี่ไม่ใช่ทุกส่วนของเนื้อหาจากภาคสองครับ แต่เป็นพล็อตหลักมากกว่า ในหนังสือ Insurgent เอง เนื้อหามีมากกว่านี้มาก โดยเฉพาะเรื่องดราม่าเกี่ยวกับการฆาตกรรม ความรัก ความเกลียดชัง การเมือง การตัดสินใจ ฯลฯ อีกมากมายที่ผมคิดว่าผู้อ่าน น่าจะหาหนังสือเล่มนี้มาอ่านเองจะได้อัตถรสที่ดีกว่าแน่นอน

จะสังเกตได้อย่างหนึ่ง คือเนื้อเรื่องของภาคสองนั้น กว้างกว่าเนื้อเรื่องภาคแรกมาก อย่างไรก็ตาม ในความเห็นส่วนตัวแล้ว ผมว่าหนังสือชุด Divergent ของ Veronica Roth มีความเป็น Sci-Fi มากกว่าหนังสือชุด The Hunger Games แต่ทั้งสองชุดนี้ก็มีหลาย ๆ อย่างที่คล้ายคลึงกันมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งความพยายามที่จะขยายอาณาเขตของเนื้อเรื่อง (เช่น Hunger Games อยู่ดี ๆ ก็มี District 13) แต่ผมว่าสำหรับคอ Sci-Fi และทฤษฎีสมรู้ร่วมคิด น่าจะชองเรื่อง Divergent มากกว่าครับ

แต่ที่แน่นอนที่สุด คือทั้งสองเรื่องนี้เป็นหนังสือประเภท Post-apocalyptic Young Adult หรือหนังสือแนวรักวัยรุ่นเล็กน้อย เพราะฉะนั้นใครที่ชอบหนังสือแนว Twilight ก็อ่านได้เช่นกัน แต่ถ้าหวังว่ามันจะเต็มไปด้วยดราม่าความรัก ก็อย่าหวังจากหนังสือชุดนี้เลยครับ

ใครอยากอ่านสรุปเนื้อเรื่องภาคสุดท้ายต่อ คลิกที่นี่ครับ

3 comments:

  1. คุณพูดผิดเรื่อง The Hunger Games ตรงที่ว่าอยู่ดีดีก็มีเขต 13 นะครับไหนคุณบอกว่า Don't judge a book by its movie ไปอ่านหนังสือของฮังเกอร์แล้วจะรู้ครับว่ามีเรื่องเชื่อมมากมายเกี่ยวกับเขต 13 แต่แค่ในหนังเขาตัดทิ้ง

    ReplyDelete
  2. สวัสดีครับ


    ขอบคุณที่อ่านครับ


    เออ ผมไม่ได้พูดผิดนี่ครับ ในหนังสือซีรีส์ The Hunger Games ในเล่มแรกไม่ได้มีการพูดถึงเขต 13 นะครับ แต่เล่มสองได้เริ่มมีการ Introduce ขึ้นมา (ผ่านการถ่ายทอดสดภาพจาก The Capitol ในตอนแรก) และในหนังภาคแรกเองก็มีการใส่ District 13 มาเหมือนกันในภาคแรก (ตอน Katniss เปลี่ยนวิวในห้องนอนตอนอยู่ใน The Capitol)


    ที่ผมบอกว่าอยู่ๆ โผล่ออกมา ผมพูดเชิง Figure of speech ที่บอกว่ามีการขยาย scope ของเนื้อเรื่องครับ


    ไม่จำเป็นต้อง hostile ขนาดนี้ก็ได้นะครับ :)

    ReplyDelete
  3. ชอบบทความมากครับ เพิ่งดูภาคสองแบบ 3d มา ทำได้ค่อนข้างดีครับ (แอบเสียดายที่ comment ดราม่า ซะก่อน อยากอ่าน comment มากกว่านี้ เป็นกำลังใจให้นะครับ ขอบคุณครับ)

    ReplyDelete