Friday, 1 June 2012

สรุปการพูดและสัมภาษณ์ของนางอองซานซูจี: การว่างงานคือระเบิดเวลา, เห็น กทม แล้วพม่าต้องการนโยบายทางด้านพลังงาน


เมื่อกี้นี้ผมได้นั่งฟังวีดีโอที่นางอองซานซูจี ได้ออกมาพูดที่งาน World Economic Forum ที่จัดขึ้นในประเทศได้แล้ว ผมขอจะสรุปสิ่งที่น่าสนใจให้ฟังแบบสั้น ๆ สำหรับคนที่ไม่มีเวลา ไม่อยากฟังยาว หรือคนที่แค่บังเอิญอ่านมาเจอบล็อกของผม (ฮา)


- ถ้าใครจะมาลงทุนในประเทศพม่า อยากจะให้ช่วยเรื่องการสร้างอาชีพให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพราะว่าตอนนี้สิ่งที่พม่าต้องการที่สุดคือการจ้างงาน ไม่ต้องเป็นงานที่ซับซ้อนหรืออะไรมากมาย เพราะตอนนี้แรงงานพม่าที่มีอายุน้อยก็ไม่มีงานทำเสียแล้ว (youth unemployment rate สูงมาก)


- อนาคตของพม่าจะแย่กว่านี้ได้อีก หากแรงงานที่มีอายุน้อยไม่มีงานทำ เรียกได้ว่ามันเป็นเหมือนกับระเบิดเวลาของประเทศพม่าเลยก็ได้

- อองซานซูจีเข้าใจว่า สิ่งที่นักลงทุนที่จะเข้ามาในลงทุนในพม่ามากที่สุดก็คงหนีไม่พ้นเรื่องการสร้างกำไรที่สูงที่สุด แต่อย่าลืมว่าการลงทุนในพม่าไม่ว่าในด้านไหนก็ตามจะทำให้ประเทศพม่าก็ได้กำไรด้วยเช่นกัน แต่อาจจะเป็นในรูปแบบอื่นเช่นเรื่องความรู้และทักษะ

- ลืมไปได้เลยเรื่องการศึกษาระดับสูงในประเทศพม่า ตอนนี้สิ่งที่พม่าต้องการมากที่สุดคือการศึกษาระดับมัธยม และการศึกษานอกโรงเรียนและการฝึกทักษะผ่านการทำงาน (vocational training)

- นโยบายคว่ำบาททางเศรษฐกิจแก่ประเทศพม่าโดยกลุ่มประเทศตะวันตกทำให้ไม่มีใครสามารถเข้ามาลงทุนในประเทศพม่า ประเทศซึ่งมีประชากรมากถึง 60 ล้านคนได้ แต่สิ่งที่เปลี่ยนไปในระยะหลัง ๆ นี้คือการจ้างงานภายในประเทศที่ต่ำลงด้วยจากการเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองมาเป็นรัฐบาลโดยประชาชน "แบบไม่เต็มตัว" (quasi-civilian government)

- ถึงแม้ว่ารัฐบาลใหม่ของพม่านี้จะพยายามผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในเรื่องรูปแบบของประชาธิไตย สังคม และเศรษฐกิจก็ตาม แต่รัฐบาลนี้เหมือนจะไม่สนใจในเรื่องพัฒนาการของระบบยุติธรรม (ระบบศาล) ของประเทศเลย ซึ่งตอนนี้ยังไม่เป็นอิสระเพียงพอ

- ใครที่จะมาลงทุนในประเทศพม่าขอให้ระวังไว้เลย ต่อให้ประเทศจะมีกฎหมายและนโยบายสนับสนุนการลงทุนที่ดีแค่ไหนก็ตาม แต่ถ้าระบบศาลไม่สะอาดและเป็นอิสระพอ กฎหมายเหล่านั้นก็ไม่มีประโยชน์อะไร

- ก่อนที่นางอองซานซูจีจะก้าวออกมาจากเครื่องบิน กัปตันให้นางอองซานฯ ไปมองวิวของกรุงเทพฯ จากห้องนักบินได้ โดยนางอองซานฯ เห็นกรุงเทพเข้าแล้วตื่นเต้นกับแสงสีของเมืองยามดึกอย่างมาก ในขณะที่ย่างกุ้งตอนนี้ก็มีการตัดไฟฟ้าเป็นระยะ ๆ เพราะไฟฟ้าไม่พอ อีกทั้งเมื่อสามสิบปีก่อน กรุงย่างกุ้งเองก็ไม่แตกต่างจากกรุงเทพมากนัก แต่พอเห็นกรุงเทพในตอนนี้แล้ว คิดได้เลยว่า ประเทศพม่าต้องการ "นโยบายทางพลังงาน" ทันที (พูดแนวขำๆ)

No comments:

Post a comment