Thursday, 2 February 2012

HDTV ในเมืองไทย





ถ้าพูดถึงเรื่อง HDTV หรือทีวีภาพชัดเจนสูงหรือจะเรียกอย่างไรก็ตามแต่ ในเมืองไทยตอนนี้ทางเลือกเราไม่ค่อยมีมากนัก เพราะว่าทีวีที่ออกอากาศ Free-to-air ที่ทุกคนสามารถเลือกรับได้อย่างอิสระและไม่ต้องเสียเงินแต่ละช่อง ไม่มีช่องใดเลยที่ออกอากาศแบบดิจิตอล และ HD ทางเลือกของเราตอนนี้มีไม่กี่ทางเท่านั้นคือ 
  1. ติด True Visions ซึ่งถ้ารับชมผ่านดาวเทียม ก็รับช่อง HD ได้แค่สามช่อง แบบเคเบิลก็ยังครอบคลุมไม่ทั่ว 
  2. สมัครบริการ HDTV ของผู้ให้บริการ IPTV ซึ่งนี่ก็มีปัญหาเรื่องคุณภาพของรายการที่ต่ำมากและส่วนใหญ่หาสาระยาก
  3. หาซื้อหนัง Blu-ray มาหรือไม่ก็ดาวน์โหลดจากเน็ตมาแทน
ทั้งหมดนี้ต่างก็เป็นทางเลือกที่ไม่ใช่ทุกคนสามารถเลือกได้ทั้งสิ้น ไม่ว่าะเป็นปัญหาทางด้านความสะดวก ทักษะ หรือแม้กระท่ังการเงิน วิธีที่จะให้ผู้รับชม HD มีมากที่สุดคงจะหนีไม่พ้นการมีช่อง Free-to-air เป็นช่อง HD

เมื่อก่อนที่ยุโรปจะมีการใช้ HD อย่างแพร่หลาย เขาพูดกันว่า "ถ้าไม่มีช่อง HD​ ก็จะไม่มีคนซื้อทีวี HD มาชม เมื่อไม่มีใครซื้อทีวี HD มาชม ก็จะไม่มีช่อง HD" เราต้องเข้าใจว่า การเปลี่ยนจากเทคโนโลยีทีวีสีธรรมดาเหมือนที่บ้านเราใช้กันอยู่นี้ ไปเป็นระบบ HD มันเป็นเรื่องที่ไม่ง่าย และมีค่าใช้จ่ายสูงมาก เพราะทุกอย่างต้องเปลี่ยนหมดตั้งแต่การถ่ายทำรายการ การตัดต่อที่ใช้เวลาและทรัพยากรต่าง ๆ มากขึ้น ไปจนถึงเครือข่ายและระบบการส่งสัญญาณที่ยากขึ้น เลยไม่มีช่องไหนอยากจะทำ แต่สุดท้ายก็มีไม่กี่ช่องในยุโรป ที่ยอมลงทุนถ่ายทอดระบบ HD ในที่สุด

ในเมืองไทยตอนนี้ ผมเห็นว่าเราได้เปรียบกลุ่มประเทศที่เป็นผู้นำในการเปลี่ยนถ่ายเทคโนโลยีมาก คือการที่เราได้เห็นข้อดีข้อเสีย ได้เห็นว่าอะไรมันจะเวิร์คอะไรมันไม่เวิร์ค และเราได้ประโยชน์จากการเป็นผู้ตาม เพราะเราไม่ต้องลงทุนคิดค้นอะไรขึ้นมาใหม่ แต่เราสามารถที่จะเรียนรู้วิธีที่ดีที่สุดมาใช้ได้ รวมไปถึงการที่เราไม่ต้องซื้ออุปกรณ์ส่งสัญญาณที่ ณ เวลานั้นหาผู้ผลิตยากมาก ทำให้ราคาขายของอุปกรณ์เหล่านี้แพงมาก แต่ตอนนี้มันกลายเป็นอุปกรณ์ทั่วไปที่มีราคาถูก

ผมเห็นทีวี HD วางขายกันแทบจะทั่วไปแล้ว เราเริ่มเห็นจอ HD ใหญ่ ๆ ตามร้านก๋วยเตี๋ยวเป็นเรื่องไม่น่าตกใจอีกต่อไปแล้ว เรียกง่าย ๆ ว่าเกือบทุกคนเข้าถึงมันหมดแล้ว แต่ปัญหาของเราตอนนี้อยู่ที่ว่าไม่ค่อยมีใครได้ลิ้มรสและเห็นการถ่ายทอดภาพในรูปแบบ HD อย่างจริงจัง เราเลยยังไม่มีความอยาก ไม่สนใจ และไม่เห็นความจำเป็นของมัน ถ้าจะให้ผมยกตัวอย่าง การเปลี่ยนจากการถ่ายทอดแบบธรรมดา มาเป็น HD มันเหมือนกับการเปลี่ยนจากการถ่ายทอดขาวดำ มาเป็นทีวีสีเลยทีเดียว

หากมีทีวีช่องไหนช่องหนึ่งในเมืองไทย เริ่มถ่ายทอดสัญญาณ HD มาแล้ว คนไทยอาจจะติดใจอย่างแรง ซึ่งนี่ก็ไม่ใช่เรื่องน่าตกใจเพราะในทุกประเทศที่เริ่มถ่ายทอด HD ก็เป็นแบบนี้กันหมด เช่นกันกับคนไทยที่ดาวน์โหลดหนัง HD เป็นที่ไม่ยอมโหลดหนังไม่ HD อีกเลย เมื่อคนติดใจแล้ว ช่องอื่น ๆ ก็คงหนีไม่พ้นที่จะต้องทำตาม นี่จะเป็นการกระตุ้นทำให้ทุกคนรีบไปซื้อทีวีที่รับภาพ HD ได้
แต่มันไม่ใช่แค่นั้น มันจะเป็นการกระตุ้นวงการอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดด้วย ตั้งแต่วงการถ่ายทำละคร ดนตรี ภาพยนตร์ในไทย ที่จะต้องเริ่มเพิ่มคุณภาพเพื่อรองรับความต้องการใหม่ของผู้รับชม จะเป็นการกระตุ้นอุตสาหกรรมทีวี ที่ต้องลดราคามาแข่งกันเพื่อจับตลาดระดับล่างที่เริ่มอยากได้ทีวี HD อีกทั้งยังจะเป็นการกระตุ้นวงการสื่อสารอย่างมือถือและอินเทอร์เน็ต ที่ต้องปรับตัวให้ตรงกับความต้องการของคนที่อยากรับชมทีวีภาพ HD บนคอมฯ หรือบนมือถืออีกด้วย

ผมจึงอยากให้ กสทช.​ องค์กรที่จะรับผิดชอบเรื่องการให้ใบอนุญาติในการประกอบการสื่อสารมวลชน อยากให้ กสทช.​ ตั้งข้อกำหนดให้กับผู้ที่จะประมูลคลื่นสัญญาณโทรทัศน์ไปว่านอกจากการเปลี่ยนมาถ่ายทอดระบบดิจิตอลแล้ว ผู้ที่ถือคลื่นจะต้องถ่ายทอดสัญญาณ HD ด้วยให้คลอบคลุมประชากร X เปอร์เซ็นท์ของประเทศภายในระยะเวลาที่เหมาะสม

ผมเห็นว่าทีวี HD มันไม่ใช่เรื่องฟุ่มเฟือยอีกต่อไปแล้ว เพราะทุกคนมีเครื่องรับกันมากมายแล้ว แต่ตอนนี้เครื่องรับเหล่านี้เหมือนจะถูกใช้งานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ ทำให้มันกลายเป็นของฟุ่มเฟือยต่อไป (เหมือนตรรกะที่ผมเขียนข้างบนกรณียุโรป) เพราะฉะนั้น กสทช. ควรจะนำเรื่องนี้ไปพิจารณา และสถานีโทรทัศน์ต่าง ๆ ก็ควรผลักดันและเตรียมตัว พยายามที่จะสู้เพื่อทำการทดสอบการถ่ายทอด HD ให้คนทั่วไปเข้าถึงด้วยครับ

No comments:

Post a comment